กินมื้อเดียว ( OMAD ) สามารถ ลดน้ำหนัก อายุยืน ได้จริงหรือ?

          หลายคนเคยได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถูกปลูกฝังมาว่า การดูแล สุขภาพ ที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ อย่าปล่อยให้ท้องหิว เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพราะ ปวดท้อง กระเพราะทะลุ  แต่ทุกท่านเคยรู้ไหมว่า มีคุณหมอท่านนึง จากประเทศญี่ปุ่น ชื่อ คุณหมอโยะชิโนะริ ( Yoshinori ) บอกว่า ยิ่งหิวสิยิ่งดี ยิ่งท้องร้องยิ่งดี ร่างกายนั้นจะยิ่งแข็งแรง และช่วยให้เรานั้นกลับไปเป็นหนุ่มสาวและ อายุยืน มากขึ้นกว่าเดิม คุณหมอผู้เป็นถึงผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาล 4 แห่งในประเทศญี่ปุ่นที่ยังกล้ายืนยันขนาดนี้ เพราะท่านนั้นได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเอง โดยวิธีการดูแล สุขภาพ ของคุณหมอ เริ่มจาก กินมื้อเดียว ( OMAD ) ลดอาหารเหลือเพียงวันละมื้อตั้งแต่ตอนอายุ 45 ปี เนื่องมาจากปัญหา สุขภาพ และเมื่อปฏิบัติแบบนี้จนเป็นกิจวัตรนาน 10 ปี คุณหมอก็พบว่า อายุหลอดเลือดของตัวเอง ย้อนกลับไปอ่อนเยาว์เท่ากับคนอายุ 26 ปี

        ต่อมา นักวิจัยเขาได้ลองทำการทดลองกับพวกแมลงวันผลไม้ เพราะพวกมันมีพื้นฐานพันธุกรรมใกล้มนุษย์พอสมควร โรคอวัยวะภายในต่างๆ ก็มีร่วมกัน มันมีอายุขัยเฉลี่ยแค่ 2 เดือน ดังนั้นผลการทดลองได้เร็วมาก โดยนักวิจัยได้แบ่งแมลงวัน เป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรก ได้กินอาหารตลอดเวลา กลุ่มที่สอง ให้กินอาหารแค่ครึ่งวัน กลุ่มที่สาม ให้อาหารวันเว้นวัน หรือให้วันหนึ่งอด อีกวันกินได้เต็มที่ และกลุ่มที่สี่จะได้อาหารทุกวันแค่ช่วงสั้นๆ ตอนกลางวัน คือจะได้ กินวันละมื้อ และเป็น มื้อกลางวัน พวกเขาพบว่ามีเพียงกลุ่มสุดท้ายเท่านั้นที่การควบคุมการกินอาหารเป็นเวลาจะให้ผลน่าสนใจ

        ผลคือ มันทำให้แก่ช้าลง ตัวชี้วัด ด้าน สุขภาพ ต่างๆ ดีขึ้นหมด และที่สำคัญ อายุยืน ขึ้นประมาณ 15% ที่สำคัญมันน่าจะเป็นกระบวนการทางชีวเคมีในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Autophagy หรือการ กินตัวเอง เซลล์กินเซลล์ นั่นเอง มันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเวลาร่างกายเราขาดอาหาร คือเวลาร่างกายเราขาดอาหารนานๆ สารอาหารจะไม่พอใช้ ร่างกายก็จะหาทางดึงสารอาหารที่มีอยู่ในระบบมาใช้

        ซึ่งผลพวงของกระบวนการนี้คือมันจะช่วย กำจัดของเสียในร่างกาย ซึ่งก็คือพวกเซลล์แก่ ๆ และมันก็จะเอาไปสร้างพวกเซลล์ใหม่ๆ ที่แข็งแรงกว่า  มันก็คือกระบวนการที่บีบให้ร่างกายให้ซ่อมบำรุง ตัวเองระดับเซลล์  เงื่อนไขของการเกิดการ กินตัวเอง หรือ เซลล์กินเซลล์นั้น เซลล์มันไม่ใช่แค่ตอนเรา ขาดอาหาร เพียงเท่านั้น แต่มันจะเกิดเฉพาะ โดยเวลากลางคืน หรือเวลาที่เราหลับนอน หรือจะพูดอีกแบบ คือ เราต้อง ขาดสารอาหารตอนนอน ทำให้ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไม การกินอาหารมื้อเดียวต่อวัน มันถึงต้องเป็น มื้อเที่ยง เท่านั้น เพราะถ้าไป กินมื้อเดียว แต่เป็น มื้อเย็น ผลคือเวลานอน ร่างกายเราก็ยังจะเหลืออาหารในระบบ และกระบวนการ กินตัวเอง หรือ เซลล์กินเซลล์ มันก็จะไม่เกิด

        การค้นพบนี้ ในทางวิทยาศาสตร์ ก็ได้ค้นพบนานแล้วว่ากระบวนการ กินตัวเอง หรือเซลล์กินเซลล์  มันเป็นสิ่งที่ ดีต่อ สุขภาพ เพราะคนทำแล้ว พวกตัวชี้วัดทาง สุขภาพ มันดีหมด และที่เขาเพิ่งรู้กันก็คือมันดีระดับ ช่วยให้ อายุยืน ได้ และเราก็คงไม่มีทางรู้ ถ้าเราไม่ทดลองในสัตว์ที่มีอายุสั้นอย่าง แมลงวันผลไม้

SongKhao-กินมื้อเดียว-ประกอบ

One Meal A Day หรือ OMAD มันคืออะไรกัน?

          คือ การ ลดน้ำหนัก ในแบบ One Meal A Day หรือ OMAD การ กินมื้อเดียว ในหนึ่งวันกล่าวกันว่าวิธีนี้ช่วย ลดน้ำหนัก และสามารถทำให้ อายุยืน ได้ด้วยการ กินมื้อเดียว หลักการคือ ให้กินอาหารแค่วันละ 1 มื้อ โดยทั่วไปจะแนะนำให้กินเป็นมื้อเที่ยง หรือ มื้อเย็น และไม่กินแคลอรีอื่นเพิ่มเติมเข้าไป ระหว่างวันกินได้แค่น้ำเปล่าอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งหลักการ ลดน้ำหนัก แบบนี้ ทั่วไปถ้าจะให้อธิบายแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องลงลึกไปถึงหลักภาษากระบวนการ ทางชีวเคมี คือพอร่างกายเรานั้น ขาดอาหาร มันก็จะเอาพวกไขมันที่สะสมใช้เป็นพลังงาน และการเอาไขมันที่สะสมมาใช้ มันก็ทำให้เราผอมลง อธิบายหลักการทำงานง่ายๆก็จะประมาณนี้

        จะว่าไปแล้ว การ ลดน้ำหนัก แบบ กินมื้อเดียว ( OMAD ) ก็จัดว่าเป็นประเภทนึงของการลดน้ำหนักแบบ IF คนที่เคย ลดน้ำหนัก ก็คงจะเคยได้รู้จักหรือได้ยินผ่านมาบ้างสิ่งที่เรียกว่า IF หรือ Intermittent Fasting คือการอดอาหารแบบแบ่งเป็นเวลา ซึ่งเป็นที่นินมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเทคนิคแบบนี้ค่อนข้างจะใช้มันง่ายไม่ต้องไปกังวลว่าตัวเองจะกินอะไร คุมแค่เรื่องเวลาว่า จะกินเวลาไหน และ ห้ามกินเวลาไหน หลายๆคนก็ลองแล้วได้ผลจริง และ น้ำหนักลดได้จริงๆ

        ยกตัวอย่างวิธีการทำ IF หรือ Intermittent Fasting เช่น การกินข้าววันละ 2 มื้อในช่วงเวลา 6-8 ชั่วโมง หลังจากนั้นห้ามกินอะไรนอกจากน้ำเปล่า กินมื้อเดียว ภายใน 2 ชั่วโมง อีก 22 ชั่วโมงไม่กินอะไร กินได้แต่น้ำเปล่า หรือบางสูตรก็จะกินข้าวแบบวันเว้นวัน

         แต่ความรู้ในเรื่องนี้ จะทำให้เราเข้าใจในกระบวนการเบื้องต้นว่าการ กินตัวเอง ของเซลล์ในร่างกายเรานั้นทำให้ อายุยืน ขึ้นได้ เราก็อาจพัฒนายาที่กินเข้าไปแล้วกระตุ้นให้เซลล์ของร่างกายมัน กินตัวเอง และผลก็คือทำให้ อายุยืน ขึ้น โรคภัยน้อยลงนั่นเอง

SongKhao-สุขภาพ-ประกอบ1

แล้วจะกินอย่างไรดี ถึงจะได้ผล?

1. เลือกกิน

      แม้ว่าใน 1 ชั่วโมง คุณจะสามารถกินอะไรก็ได้ เท่าไรก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปกินพิซซา แฮมเบอร์เกอร์ อาหารฟาสต์ฟูด ของทอด ของหวาน หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางที่ดีควรเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายเช่น โปรตีน ไขมัน และควร กินให้พอกับพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน ส่วนอาหาร ให้เน้นเป็นเมนูที่มี โปรตีนสูง ไขมันดี ผักผลไม้ และ ธัญพืชต่างๆ เช่น อัลมอนด์ ควินัว เมล็ดเจีย ธัญพืชต่าง ๆ ฯลฯ ลดแป้ง และ งดของหวานจัดเค็มจัด รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรียกได้ว่า ทานอาหารเพื่อสุขภาพ นั่นเอง

2. กินสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

        เนื่องจาก กินมื้อเดียว ในหนึ่งวัน ดังนั้นเราควรจัดอาหารให้สมดุลของอาหาร ระหว่างโปรตีน ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรต (ไม่ขัดสี)  พยายามสรรหาเมนูอาหารให้หลากหลาย เพื่อที่ร่างกายของเรานั้นจะได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ครบ 5 หมู่ และจะได้ทำให้ไม่เบื่อง่ายอีกด้วย

3. เลือกกินไขมันดี

        เนื่องจากไขมัน เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ไม่ใช่ว่าคุณจะเลือกกินอะไรก็ได้ ควรเลือกกินไขมันชนิดดี (HDL) ให้มากๆ เข้าไว้ เพื่อใช้เป็นพลังงานที่จำเป็นระหว่างวันของร่างกาย แถมยังดีต่อ สุขภาพ เพราะจะช่วยในการขจัดไขมันเลว (LDL) ออกจากร่างกาย และการ กินมื้อเดียว ยังทำให้สามารถ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคอื่น อีกมากมาย เป็นต้น

4. งดขนม

        เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ ควรระวัง หากคุณตั้งใจจะลดน้ำหนักแบบของ กินมื้อเดียว OMAD นั่นคือเรื่อง ขนมต่างๆ โดยเฉพาะ ขนมขบเคี้ยวทั้งหลาย ในระหว่างวันนั้นต้องงดให้ได้เด็ดขาดยิ่งดี เพราะมันมีทั้งไขมันไม่ดีที่สูง โซเดียมสูง กินเข้าแล้วไม่อิ่ม หรือถ้ากินจนอิ่มก็จริง แต่มันไม่มีคุณค่าสารอาหารที่ดีเลยแม้แต่น้อย จงคิดไว้เสมอว่า คุณ กินมื้อเดียว เท่านั้นในหนึ่งวันแล้วจะเสียพื้นที่พลังงานที่ต้องการต่อวันให้กับขนมพวกนี้จริงๆเหรอ  คิดให้ดี

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

        ในวิธีการ ลดน้ำหนัก แบบ กินมื้อเดียว หรือ OMAD นั้น คุณยังคงสามารถ ออกกำลังกายได้ เพื่อกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรหักโหมมากเกินไป เนื่องจากคุณ  กินมื้อเดียว การหักโหมมากไปนั้น จะทำให้คุณอ่อนเพลียได้ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แนะนำให้เล่นกีฬา หรือวิ่งบนลู่, วิ่งจ๊อกกิ้งในสวน, เต้นแอโรบิคเบา ๆ หรือให้เหนื่อยจนถึงหอบ ในเวลา 20-30 นาทีต่อ 1 วัน ก็เพียงพอที่จะมี อายุยืน แล้วล่ะ

SongKhao-สุขภาพ-ประกอบ2

ข้อดี และ ข้อเสีย การ ลดน้ำหนัก แบบ One Meal A Day หรือ OMAD

          มีนักโภชนาการหลายๆ ท่าน ก็ออกมาเตือนเหมือนกันว่า การ ลดน้ำหนัก แบบ กินมื้อเดียว OMAD นั้นก็มีข้อเสียต่อ สุขภาพ เหมือนกัน และไม่ได้เหมาะกับร่างกายและ สุขภาพ ของทุกคน สิ่งที่ที่สำคัญเลย และเสี่ยงมาก ๆ ที่ผู้คนทั้งหลาย จะเลือกกินของอร่อย แต่ไม่มีประโยชน์ มากกว่าอาหารที่มีประโยชน์แต่ไม่อร่อย เพราะการกินได้แค่มื้อเดียว เราก็มักจะตามใจปากจนเกินไป และนั่นมันจะทำให้คุณ ลดน้ำหนัก ไม่สำเร็จ และมี สุขภาพ ที่แย่ลง

          ข้อดี

        – ลดน้ำหนัก ได้รวดเร็ว ใช้ระยะเวลาไม่นาน

        – ปฏิบัติง่าย ไม่ต้องคำนึงถึง ปริมาณแคลอรี่ ที่ต้องได้รับในแต่ละวัน

        – สามารถกินปริมาณมาก ๆ ได้ แนะนำกินจนอิ่มจุก เพราะจะได้อิ่มนาน

        – กินอาหารได้ตามใจชอบ ไม่ต้องมี Cheat Day แต่สิ่งสำคัญ ควรเลือกอาหาร ที่มีประโยชน์และมีความจำเป็น ต่อการใช้พลังงาน ของร่างกาย เช่น โปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ เป็นต้น

        – ช่วยลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด อายุยืน นอกจากนี้ ยังเป็นสิ่งที่ดี ต่อคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน Type II และ Type III

        – ช่วยให้กระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ในการย่อยอาหาร ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเรื่องการนอนหลับ ทำให้ อายุยืน

        – ดีต่อหัวใจ สมอง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ของความจำให้ดียิ่งขึ้น

           ข้อเสีย

        – อดอาหารแบบ 23:1 สำหรับบางคนอาจจะโหดเกินไป โดยมีนักโภชนาการ แนะนำว่าจริง ๆ แล้วนั้น ให้ทำแค่ 18:6 ก็ได้ผลแล้ว

        – ตบะแตกง่าย หลุดง่าย เสี่ยงต่อการ ลดน้ำหนัก ไม่สำเร็จอย่างที่หวัง

        – อาจเป็นโรคกระเพาะได้

        – หิวมากจนหงุดหงิดตาลาย

        – ร่างกายอ่อนแอ เพลีย ไม่มีแรง

        – ไม่มี สมาธิในการทำงาน เบลอ ๆ

        – เหนื่อยง่าย เมื่อยง่าย ล้าบ่อย ๆ

        – ไม่เหมาะ กับ คนที่มีปัญหา สุขภาพ เช่นคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เพราะคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จำเป็นต้องรับประทานอาหาร เป็นประจำตลอดทั้งวัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ ร้ายแรงตามมาได้

        – งานวิจัยบางชิ้นนั้นระบุว่า สำหรับบางคนที่ ลดน้ำหนัก ด้วยการอดอาหารเป็นพักๆ (ทั้งแบบ I.F. และ OMAD) พบว่าน้ำหนักตัวไม่ได้ลดลงไปมากกว่าคนที่ ลดน้ำหนัก ด้วยการนับแคลอรีอาหารต่อวันเลย อาจจะหมายถึงว่าลดได้พอๆกันนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Cigna , Thairath ,

Leave a Reply

Your email address will not be published.