‘โรคมะเร็ง’ ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด EP.1

        โรคมะเร็ง เป็นอีกโรคนึง ที่หลายคนต้องรู้จักอย่างแน่นอน เพราะเป็นโรค ที่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิต อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นโรคที่ไม่ได้พบแค่ในผู้สูงอายุ แต่ยังสามารถพบได้ ในเด็กด้วยเช่นกัน

โรคมะเร็ง คืออะไร

          โรคมะเร็ง (Cancer) คือภาวะที่เซลล์ในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ในระดับพันธุกรรม ทำให้ เซลล์มะเร็ง มีการเจริญเติบโตมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมและจำกัดขอบเขตได้ และทำให้มีการแพร่กระจายตาม การแสเลือด กระแสน้ำเหลือง ไปยังอวัยวะอื่นในร่างกายได้ เช่น ปอด ตับ สมอง เป็นต้น ความผิดปกติของ เซลล์มะเร็ง นี้ สามารถเกิดได้ทุกอวัยวะ เช่น ปอด ปากมดลูก เต้านม  ซึ่งสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันไป

ส่วนใหญ่ โรคมะเร็ง ที่พบได้บ่อยในอวัยวะเหล่านี้ ได้แก่

  • เต้านม
  • ปอด
  • ลำไส้
  • ปากมดลูก
  • กระเพาะอาหาร
  • ตับ
  • ต่อมลูกหมาก
  • ท่อน้ำดี
  • ผิวหนัง
  • ต่อมน้ำเหลือง
  • กระดูก

มะเร็งที่พบบ่อยในเด็ก     

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • เนื้องอก
  • มะเร็ง นิวโรบลาสโตมา Neuroblast Toma เป็นต้น
SongKhao-โรคมะเร็ง-ประกอบ2

เนื้องอก คืออะไร เหมือนมะเร็งไหม?

        เนื้องอก คือ ก้อนหรือตุ่ม ที่โตขึ้นมากเกินผิดปกติ เกิดจากเซลล์หรือ เนื้อเยื่อในร่างกายและได้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วกระจายเข้าสู่ กระแสเลือด กระแสน้ำเหลือง แบ่งเออกได้เป็น 2 ชนิด คือ เนื้องอกชนิดธรรมดา และเนื้องอกชนิดร้ายหรือ เซลล์มะเร็ง นั่นเอง

โรคมะเร็ง VS เนื้องอก

        เซลล์มะเร็ง ต่างจาก เนื้องอก ตรงที่ก้อนเนื้อหรือแผลของ มะเร็ง จะลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง เข้าไปในต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายเข้าหลอดเลือด กระแสเลือด และหลอดน้ำเหลือง หรือ กระแสน้ำเหลือง ไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยมักแพร่สู่ปอด ตับ สมอง กระดูก และไขกระดูก ดังนั้น มะเร็ง จึงเป็นโรคเรื้อรัง และรุนแรง มีการรักษาที่ซับซ้อนและรักษาต่อเนื่อง แต่ เนื้องอก ลักษณะของก้อนเนื้อจะโตอย่างช้า ๆ ไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรือ อวัยวะข้างเคียงเพียงกดหรือเบียดเท่านั้น เมื่อก้อนโตขึ้น จะไม่ลุกลามเข้าในต่อมน้ำเหลือง และไม่แพร่กระจายทาง กระแสเลือด รวมถึงทาง กระแสน้ำเหลือง จึงเป็นโรคที่รักษาหายได้ โดยการผ่าตัดนั่นเอง

กระบวนการเกิดโรคมะเร็ง

        เมื่อร่างกายได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น สารเคมี  รังสี สิ่งเหล่านี้จะทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงและในที่สุดเซลล์ปกติก็จะกลายเป็น เซลล์มะเร็ง ถ้าระบบภูมิต้านทานของร่างกายไม่สามารถทำลายเซลล์นั้นได้ เซลล์มะเร็ง จะเข้าสู่ กระแสเลือด กระแสน้ำเหลือง และแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว จนพัฒนากลายเป็นก้อนมะเร็ง

สาเหตุโรคมะเร็ง

       ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่เชื่อว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอยู่หลายปัจจัย ดังนี้

  1. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมภายนอกทางร่างกาย

1.1 เกิดจากสารเคมีบางชนิด เช่น

  • สารเคมีในควันบุหรี่และเขม่ายานพาหนะ
  • สารพิษจาก เชื้อรา
  • สารพิษที่เกิดจากเนื้อสัตว์จาก ควัน ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียม
  • สีย้อมผ้าต่างๆ
  • สารเคมีบางชนิดที่เกิดจากโรงงาน ทางขบวนการทางอุตสาหกรรม

1.2 จำพวกรังสีต่าง ๆ รวมถึงรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด

1.3 การติดเชื้อเรื้อรัง

  • ไวรัสตับอักเสบชนิดบี มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งตับ
  •  ฮิวแมน แพพพิโลมา ไวรัส Human Papilloma Virus หรือ HPV อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดเซลล์มะเร็งของเซลล์เยื่อบุต่าง ๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก
  • เอบสไตน์ บาร์ ไวรัส Epstein Barr Virus  มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งโพรงหลังจมูก
  • เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลรัย Helicobacter Pylori มีความสัมพันธ์กับมะเร็งกระเพาะอาหาร

1.4 เกิดจาก พยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ในตับ มีความสัมพันธ์กับมะเร็งท่อน้ำดีในตับ

2) สาเหตุภายในร่างกาย

  • กรรมพันธ์ุที่เกิดขึ้นผิดปกติ
  • มีความไม่สมดุลทางฮอร์โมน
  • มีภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง
  • มีการระคายเคืองที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
  • มีภาวะทุพโภชนาการ เป็นต้น
SongKhao-โรคมะเร็ง-ประกอบ1

อาการน่าสงสัยว่าเป็นมะเร็ง

      มะเร็ง ไม่มีอาการเฉพาะของโรค แต่เป็นอาการเช่นเดียวกับการอักเสบของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่เป็นมะเร็ง โดยที่จะแตกต่างกันคือ มักเป็นอาการที่แย่ลงเรื่อย ๆ และเรื้อรัง ดังนั้นเมื่อมีอาการต่าง ๆ นานเกิน 1 ถึง 2 สัปดาห์ รีบพบแพทย์ อย่างไรก็ตามอาการที่น่าสงสัยว่าเป็นมะเร็ง นั้นได้แก่

  • มีก้อนเนื้อโตเร็วหรือมีแผลเรื้อรัง ไม่หายภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์หลังจากการดูแลตนเองในเบื้องตัน
  • มีต่อมน้ำเหลืองโต สำผัสได้มักจะแข็ง ไม่เจ็บ และโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • ไฝ ปาน หูดที่โตขึ้นรวดเร็วผิดปกติหรือเป็นแผลแตกๆ
  • หายใจหรือมีกลิ่นปากรุนแรง จากที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย
  • เลือดกำเดาออกเรื้อรัง มักออกเพียงข้างเดียว หรืออาจจะออกทั้งสองข้างได้
  • ไอเรื้อรังหรือไอออกเป็นเลือด
  • มีเสมหะ น้ำลาย หรือเสลดปนเลือดบ่อย

อาการมะเร็ง

  • อาเจียนเป็นเลือด
  • ปัสสาวะเป็นสีเลือด
  • ปัสสาวะบ่อยๆ ปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะเล็ด ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • อุจจาระเป็นเลือด หรือเป็นมูกเลือด
  • ท้องผูกสลับท้องเสีย โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ หรือมีประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหมดประจำเดือน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น อึดอัดท้อง
  • มีไข้ต่ำ ๆ หาสาเหตุไม่ได้
  • มีไข้สูงบ่อย หาสาเหตุไม่ได้
  • ผอมลงมากใน 6 เดือน น้ำหนักลดลงจากเดิม 10%
  • มีห้อเลือดเป็นจ้ำๆง่ายหรือ มีจุดแดงคล้ายไข้เลือดออกตามผิวหนังบ่อยๆ
  • ปวดศีรษะรุนแรงเรื้อรัง หรือแขน ขาอ่อนแรง หรือชักโดยไม่เคยชักมาก่อน
  • ปวดหลังเรื้อรังและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจร่วมกับแขน และ ขาอ่อนแรง

        หากคุณมีอาการเหล่านี้ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ และการรักษาเป็นผลดีที่สุด ดังนั้น รักษาสุขภาพกันด้วยนะ แล้วเรามาต่อกันที่ EP.2 สำหรับวันนี้ แอดมินขอตัวไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก Siphhotpital , Phyathai ,

Leave a Reply

Your email address will not be published.