เปิดประวัติแมตซ์สำคัญ ของคู่ปรับตลอดกาล แมนฯยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล THE MATCH : Bangkok Century Cup 2022

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเกมแห่งประวัติศาสตร์  THE MATCH : Bangkok Century Cup 2022  ในการพบกันของ 2 ทีมคู่ปรับตลอดกาลแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ อย่างทีม หงส์แดง และ ปีศาจแดง ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ที่ สนามราชมังคลาฯ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น รู้หรือไม่ว่า ทั้งสองทีมที่ว่า มีประวัติ การพบกัน หลายครั้งเลยทีเดียว เราจึงจะพาท่าน มาดูกันว่า ในแต่ละศึกของพวกเขานั้น เป็นอย่างไรกันบ้าง เพื่อเตรียมพร้อม ในการรับชม THE MATCH ศึกครั้งล่าสุด ที่จะถึงนี้ โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นถือกำเนิดก่อนในปี1878 ในชื่อเดิมว่าทีมนิวตัน ฮีธ และเริ่มลงแข่งขันในเดือนตุลาคม ปี1886 ในขณะที่ลิเวอร์พูลนั้น ก่อตั้งตามหลังมาในปี1892 หลังจาก จอห์น โฮลดิง ประธานสโมสรคนแรก ได้ตัดสินใจแยกออกมาก่อตั้ง สโมสรใหม่หลังเกิดความขัดแย้งกับเอฟเวอร์ตัน ก่อนที่ทั้งสองทีม จะมีโอกาสพบกัน เป็นครั้งแรกในวันที่ 28 เมษายน 1894 เกมที่ถือเป็น THE MATCH ปฐมบทของสงคราม สีแดง ที่ยิ่งใหญ่และยืนยาวมาจนถึงปัจจุบันนี้

Songkhao-THE MATCH-02

ปี1894 ปฐมบท ของคู่ปรับตลอดกาล

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด การพบกันครั้งแรกระหว่าง ทีมลิเวอร์พูล และ แมนฯยูไนเต็ด (หรือนิวตัน ฮีธ ในสมัยนั้น) เป็นการเจอกันในเกม THE MATCH ซึ่งจัดขึ้นเป็นแบบทัวร์นาเมนต์เล็กๆ ในช่วงหลังสิ้นสุดฤดูกาล 1893/94 โดยฟุตบอลลีก ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกว่าทีมใด ที่สมควรจะได้เล่นในดิวิชั่นใดสำหรับฤดูกาลต่อไป 1894/95 หรือถ้าเป็นสมัยนี้ก็จะเรียกว่าเกม เพลย์ออฟ และผลของการแข่งขันในครั้งนี้ ปรากฏว่า ลิเวอร์พูลเอาชนะไป 2-0 ได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ส่วนนิวตัน ฮีธ ตกลงไปในดิวิชัน 2 แทน

ปี1977 การพบกันในนัดชิงเอฟเอคัพ

วันเวลาล่วงเลยมายาวนาน ทั้งสองสโมสรนั้นต่างก็มี ยุคเรืองรองและร่วงโรย โดยทีมแมนฯยูไนเต็ด เป็นสโมสรแรก ของอังกฤษที่ได้แชมป์ยูโรเปียนคัพ ในปี1968 สิบปีหลังเหตุโศกนาฏกรรม ที่มิวนิกที่ทำให้นักฟุตบอล และสตาฟฟ์ในทีมเสียชีวิตมากมาย ก่อนที่จะร่วงโรย สวนทางกับทีมลิเวอร์พูลที่ตกต่ำมาพักใหญ่ก่อน บิลล์ แชงคลีย์ จะมาช่วยกอบกู้สโมสรให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ปรากฏว่าทีมปีศาจแดง ไม่ยอมให้คู่ปรับได้หน้าง่ายๆ ประตูของ สจวร์ต เพียร์สัน และ จิมมี กรีนฮอฟฟ์ ดับฝันทีมหงส์แดงที่อดเป็นทีมแรกที่ได้เทรเบิลแชมป์ เป็นหนึ่งในรอยแผลใหญ่ที่นำไปสู่การเป็นคู่ปรับอย่างเต็มตัวในยุคต่อมา

ปี1983 พบกันอีกครั้งในนัดชิง

ในช่วง6 ปีต่อมา ลิเวอร์พูล และแมนฯยูไนเต็ด ได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่เวมบลีย์ ในยุคที่ฝ่ายแรกนั้นครองความยิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังมาเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว ซึ่งผลปรากฏว่า อลัน เคนเนดี และรอนนี วีแลน ทำคนละประตู จนเอาชนะแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งได้ประตูโทนจาก นอร์แมน ไวท์ไซด์ ในสกอร์ที่ 2-1 และได้แชมป์ลีกคัพเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน เป็นแชมป์ส่งท้ายให้กับ ลุงบ็อบ ที่ได้เดินขึ้นบันได 39 ขั้น ของเวมบลีย์ไปรับถ้วยรางวัล

ปี1988 ประกาศจาก เฟอร์กี

ในปี 1988 ทีมลิเวอร์พูลยังครองความ เป็นเจ้าวงการลูกหนังของอังกฤษอยู่ และในการพบกันในปลายฤดูกาล 1987/88 พวกเขานั้นก็ได้แชมป์แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อนำห่างกันถึง 11 แต้ม โดยทีมที่ตามมาเป็นอันดับ 2 นั่นก็คือทีมแมนฯยูไนเต็ด เกม THE MATCH ดังกล่าวทีมลิเวอร์พูลหนีห่าง 3-1 ในช่วงต้นครึ่งหลังจากประตูของ ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ , แกรี จิลเลสพี และสตีฟ แมคมาน ในขณะที่แมนฯยูไนเต็ด ได้ประตูจาก ไบรอัน ร็อบสัน และดูไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแล้ว แต่ปรากฏว่า ทีมแมนฯยูไนเต็ด ของเฟอร์กูสัน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ร็อบสันยิงไล่ตามมาเป็น 2-3 ก่อนที่ กอร์ดอน สตรัคคัน จะยิงประตูตีเสมอเป็น 3-3 ได้ก่อนหมดเวลาเพียง 12 นาที จึงเสมอกันไปในแมตซ์นี้

ปี2020 เราจะคว้าแชมป์ลีกให้ได้

ยุคสมัยของฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก เมื่อเฟอร์กี ทำให้ทีมแมนฯยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกได้มากถึง 13 สมัย แชมป์ยูโรเปียนคัพอีก 2 สมัย และรายการอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยเฉพาะแชมป์ลีกที่สามารถแซงหน้าลิเวอร์พูลได้สำเร็จ แต่เพราะผิดหวังมาหลายครั้ง ทำให้เดอะ ค็อป (แฟนบอลของทีมลิเวอร์พูล) ไม่ต้องการพูดให้เป็นลางว่า จะคว้าแชมป์ลีกให้ได้ เพราะพูดทีไรเจ็บทุกที นั่นทำให้พวกเขาเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้มายาวนาน จนกระทั่งได้พบกับแมนฯยูไนเต็ด อีกครั้ง ที่แอนฟิลด์ ในเดือนมกราคม ปี 2020 เป็น THE MATCH บทสรุปของแมตซ์นี้ ทีมลิเวอร์พูลเอาชนะในเกม 2-0 และทำให้เดอะ ค็อป ร้องเพลงพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมายว่า “We’re gonna win the league” หรือ “พวกเราจะคว้าแชมป์ลีก” ซึ่งพวกเขานั้นก็สามารถทำได้จริงๆ เป็นการยุติการรอคอย ที่ยาวนานถึง 30 ปีได้สำเร็จ (แม้จะน่าเศร้าเพราะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ฉลองได้ไม่เต็มที่ก็ตาม)

Songkhao-THE MATCH-03

เเหล่งข้อมูลอ้างอิง : https://thestandard.co/the-match-101/

Leave a Reply

Your email address will not be published.