วิธี ลดน้ำหนัก การทำ IF เพื่อสุขภาพ ที่ดีในตัวเรา

เรามาถึงวันที่ เราต้องใส่ใจ ในสุขภาพด้วย การทำ IF ควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยเพิ่ม ภูมิคุ้มกัน ในร่างกายได้ เพื่อให้มีใบหน้า ที่อ่อนเยาว์ กว่าการลดน้ำหนัก แบบอื่น ๆ ได้ทั้งเรื่อง ความจดจำได้ดี และลดภาวะ การเกิดโรค ตามมาหลาย ๆ อย่าง ถ้าหากเรา ไม่คิดคำนึง ถึงการกินให้ ถูกวิธี อาจส่งผลเสีย ให้กับระบบ ร่างกายเราได้อย่างมาก ซึ่งวิธีการ ควบคุมการกิน ที่เรียกว่า “การลดน้ำหนักแบบ IF” ส่งผลดี ต่อสุขภาพเรา ไปในทางที่ดี เป็นอย่างมาก เป็นการเริ่มต้น ในการดูแลสุขภาพ ที่กำลังติดเทรน ในติ๊กตอก และในโซเชียลมีเดีย กันอย่างมาก เพราะด้วยการ ควบคุมการทานอาหาร ที่มีประสิทธิอย่างมาก หลายคนได้นำ ไปใช้เป็นวิธีการ ลดน้ำหนัก และดูแลตัวเอง โดยไม่ต้อง พึ่งยาลดน้ำหนัก คุณก็สามารถ มีหุ่นที่สวยงามได้

การทำ IF หรือ Intermittent Fasting คือการ แบ่งช่วงเวลา ในการกินมื้ออาหาร เพื่อลดน้ำหนัก รูปแบบการแบ่งเวลา มีดังนี้ 12/12 , 16/8 , 18/6 , 20/4  แต่ที่นิยม กันอย่างมาก คือการกิน 8 ชั่วโมง และอด 16 ชั่วโมง ในการแบ่ง การทานอาหาร สองเวลาภายใน 8 ชั่วโมง และงดการทานอาหาร ในช่วงเวลา หลังจาก มื้อที่สองที่เรากิน ไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า ของวันใหม่ที่เรา จะเริ่มนับกำหนด เวลาการกินใหม่  ซึ่งช่วงเวลาในการ งดการทานอาหาร ที่มีมากกว่า เวลาเปิดโอกาสให้ทาน เพราะจะช่วยในเรื่อง ให้ร่างกายได้อดอาหาร ให้ร่างกายได้พักผ่อน และถ้าหากร่างกายเรา ต้องใช้พลังงาน จะเป็นการดึงไขมัน ที่สะสมก่อนหน้านี้ ออกมาใช้งาน หรือเรียกอีกอย่างว่า การเผาผลาญไขมันเก่า ที่อยู่ในร่างกาย ของเรานั้นเอง

Intermittent Fasting คืออะไร? ใครที่ยังไม่รู้ เรามีคำตอบ

สำหรับสาวๆ หนุ่มๆ คนไหนที่ยังไม่รู้จัก กับคำว่า Intermittent Fasting หรือ การทำIF คืออะไร เรามีคำตอบง่าย ๆ ว่ามันคือ การกินแบบจำกัด ชั่วโมงการกิน และช่วงเวลาการงดทาน ซึ่งวิธีนี้ เป็นวิธีควบคุมน้ำหนัก ที่คนหมู่มาก กำลังเป็นที่นิยม ใช้กันมานานมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมี กระแสออกมา ให้เราได้เห็นใน สื่อโซเชียลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น โค้ชผู้เชี่ยวชาญ ด้านการโภชนาการ ที่ถูกต้อง หรือคุณหมอ ได้ออกมาแนะนำ  แถมยังเป็นวิธีลดน้ำหนัก ที่ได้ผลมาก ๆ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ อย่างเรามากจริง ๆ ใครที่อยากจะเริ่มทำ IF ก็ต้องรู้อีกนิดนึงว่า จะมีการแบ่งเวลาการกิน หรือเวลางด ออกเป็น 2 ช่วง คือ

  • ช่วงอดอาหาร (Fasting)
  • ช่วงทานอาหาร (Feeding)

ผู้เชี่ยวชาญด้านการ วิจัยระบบ การทำงานของร่างกาย และการเผาผลาญ ของร่างกายนั้น ได้ออกมาเผยแพร่ ข้อมูลดังกล่าวว่า มีการทำวิจัย ในร่างกายของมนุษย์เรา ว่าถ้าหากอยากจะ สุขภาพดีและ มีรูปร่างที่ดีได้ โดยที่ไม่ต้อง ออกกำลังกายนั้น แนะนำให้นำ วิธีการทำIF นี้นำมาใช้ ในการลดน้ำหนัก และเป็นการความคุม ปริมาณการ ทานอาหารในแต่ละวัน ที่ได้ผลดีมาก ๆ ซึ่งผลวิจัยนี้ เป็นการนำ บุคคลหนึ่งมา ทดสอบการใช้ IF นั้นมีผลต่อร่างกาย และมีผลดี ผลเสียอย่างไรบ้างนั้น ก็ได้ทำการ รวบรวมขั้นตอน การวิจัยเป็นระยะ เวลาทั้งหมด 3 เดือน เพื่อใช้ในการทดลอง การทำ IF ผลปรากฏว่า บุคคลที่ทำการทดลองนั้น มีน้ำหนักตัว ที่ลดลง และมีสุขภาพที่ดีขึ้น จากการกินแบบปกติ  3 มื้อที่เรา ทำกันเป็นประจำ ด้วยผลตรวจสุขภาพ จากค่าผลเลือด ที่นำมาจาก บุคคลทดลอง มีระดับน้ำตาล ที่สมดุล และลดปริมาณไขมัน ในเส้นเลือดได้เยอะ กว่าการทานอาหาร แบบปกติ

ทำไมทำ IF แล้วถึงผอมลงได้จริง?

ประโยชน์มากมาย จากการทานอาหาร ของการทำ IF คือการ ช่วยในเรื่อง การเผาผลาญไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ในร่างกาย ของเราให้นำ ออกมาใช้งาน และสะลายไป ในแต่ละวัน ไม่มีไขมันสะสม ในร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดี ของเรานั้นเอง ดังนั้นน้ำหนักของเรา ที่มาจากส่วนหนึ่ง ของไขมันที่สะสม จึงลดตามไปด้วย โดยหลักการ ของการทำงาน ระบบเผาผลาญ ในร่างกายคือ เมื่อเราหยุดทาน ในช่วงงดทานอาหาร ระดับอินซูลิน จะลดน้อยลง ระดับ Growth Hormone จะสูงเพิ่มขึ้น การอดอาหาร ในระยะสั้น ให้ทำสลับกันไป จะช่วยให้เพิ่มอัตรา การเผาผลาญ ระบบของร่างกาย ได้ดีถึง 3.6-14% กันเลยทีเดียว แถมยังช่วยลดไขมัน ที่สะสมอยู่ บริเวณรอบเอว และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ที่เป็นส่วนเกิน ออกมานั้น จะเห็นผลได้ชัดเจน มากยิ่งขึ้น เมื่อเราทำติดต่อกัน ไปประมาณ 3 เดือน โดยเฉพาะจำพวก ไขมันทรานที่ไม่ดี ที่เรามักจะชอบ ทานเข้าไปแบบรู้ตัว และไม่รู้ตัว จากขนมแปรรูป ทั้งหลายแลนั้น สะลายไปแน่นอน โดยไม่ไปรบกวน ในมวลกล้ามเนื้อ ของเราให้ลดน้อยลง เหมือนการอดอาหาร รูปแบบอื่น ๆ อย่างแน่นอน

ข้อดีของการทำ IF แล้วส่งผลดียังไง?

นอกจากประโยชน์ ที่ได้กล่าวไป ข้างต้นมาแล้วว่า การทำ IF นั้นมีประโยชน์ อีกมากมาย ที่ส่งผลดีหลาย ๆ อย่างต่อร่างกายของเรา นอกจากจะช่วยเรื่อง ลดปริมาณไขมันแล้ว ยังช่วยให้ระบบเลือด ไหลเวียนดี ไม่มีไขมันเข้าไป อุดตันใน เส้นเลือดนั้นเอง อีกทั้งยังช่วยลด การอักเสบของร่างกาย จากการทานอาหาร ในปริมาณอันหนักหน่วง ของการกินแบบปกติ หลายคนอาจจะ เข้าใจอะไรผิด ว่าการทานอาหาร ให้ครบสามมื้อ ต่อวันจะทำให้ ร่างกายแข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อโรค แต่หากรู้ไม่ ถ้าหากกินในปริมาณ ที่หนักจนเกินไป ส่งผลให้ร่างกาย มีการทำงานหนัก มากจนเกินไป จากการกินอาหาร ในปริมาณเกินควร ก็จะมาเพิ่มด้วย โรคภัยทั้งหลาย ตามมาอย่างแน่นอน และการทำ IF เพื่อลดความเสี่ยง อัตราการเกิดของโรค แทรกซ้อนเพิ่มมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคเส้นเลือดอุดตัน และโรคมะเร็ง และยังช่วยเรื่อง ความจำให้ดีขึ้น และสมองลื่นไหล เพิ่มประมิทธิภาพ ในการทำงานขึ้นมาอีกด้วย รวมไปถึงระบบ ภูมิคุ้มกัน ในของร่างกายของเรา ให้มีสุขภาพดี และอายุยืนยาว มีใบหน้าอ่อนกว่าวัย เพิ่มขึ้นอีกมากเลยนะ

เลือกอดอาหารแบบไหน ให้ตรงกับการทำ IF?

เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านก็ยังคง นึกภาพไม่ออกว่า ช่วงเวลาการงดอาหาร หรือช่วงเปิดโอกาส ให้ทานตอนไหนบ้าง กินแบบไหนได้บ้าง ถึงจะลดไขมัน ออกไปจากร่างกาย ให้เร็วที่สุด เราได้นำมา ให้ทุกท่านได้เลือก มาดูกัน

  1. Lean Gains วิธีนี้ เป็นวิธีที่หลายคน หยิบนำมาใช้เยอะมาก นั้นก็คือการ วิธีการงดทานอาหาร 16 ชั่วโมง และมีช่วงเวลากิน 8 ชั่วโมง สำหรับในหนึ่งวัน โดยคุณผู้หญิงนั้น แนะนำว่าให้งด มื้ออาหาร 14 ชั่วโมง และมีเวลากิน 10 ชั่วโมง แต่ว่า ในช่วงเวลากินนั้น ต้องแบ่งช่วง การกินด้วยนะ อย่างน้อง 4-5 ชั่วโมงแล้วค่อย ทานครั้งต่อไป ในช่วงเวลาที่ ทานได้นั้นเอง ๆ ช่วงแรก ๆ อาจจะ รู้สึกหิวมาก ในช่วงเวลาที่งดทาน แต่แนะนำให้ ทานน้ำเปล่าเย็น ค่อย ๆ จิบไปทีละนิด ในน้ำเย็นจะช่วย ให้เราหายหิว ได้นั้นเอง

2. Fast 5 ต้องบอกเลยว่า วิธีนี้ เหมาะสำหรับ คนที่ทำการ ปรับตัวขั้นพื้นฐาน มากก่อนหน้าแล้ว เพราะเป็นวิธีที่ฮาร์ดคอร์ เป็นอย่างมาก คือการทานอาหาร เพียงแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น และงดทานอาหาร 19 ชั่วโมง แบบต่อเนื่อง โหดนะวิธีนี้ (ไม่แนะนำใน บุคคลที่พึ่งเริ่ม)

3. Eat Stop Eat นี้ก็เป็นอีก บททดสอบ ว่าจะรุ้งหรือล่วง ของการเปิดโอกกาส ให้กินแบบน้อยมาก หรือจะงดอาหารถึง 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ควรทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น หากใครที่ต้องการ ลดสัดส่วน ของร่างกายให้ไวกว่า การงดมื้ออาหาร แบบปกติ ย้ำ!! วิธีนี้ ให้ทำแค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ห้ามเกินนี้ เพราะอาจจะทำให้ ร่างกายเกิด อาการขาด สารอาหาร ไปง่าย ๆ แล้วจะทำให้ สุขภาพแย่ลง ก่อนที่จะสวยนะ

4. 5 ต่อ 2 คือ การกินมื้ออาหาร แบบปกติ 5 วัน ให้กินแบบ Fasting 2 วัน โดยให้ทำติดต่อกัน 2 วัน ที่ตั้งใจทำ Fasting แต่ไม่ใช่การงดอาหาร ทั้งวันแต่อย่างใด เพียงแต่ให้กิน อาหารน้อยลง ถ้าหากคุณผู้ชาย สามารถกินได้ 600 Kcal ส่วนคุณผู้หญิงนั้น สามารถกินได้ 500 เท่านั้นนะจ้ะ หนุ่ม ๆ สาว ๆ

ติดตามข่าวสาร เรื่องของ สุขภาพ ที่พร้อมจะพาทุกท่าน ลดน้ำหนัก ฉบับการทำ IF ผ่านช่องทาง songkhao ของเรา อัพเดทการ ดูแลสุขภาพ ไม่มีพลาด ทุกวิธีการควบคุมน้ำหนัก

Leave a Reply

Your email address will not be published.