เรื่องของ “ เซ็กซ์ ” ที่ทำให้เห็นว่า ความยินยอม ไม่ใช่แค่ ’ Yes ‘ Or ‘ No ‘

ตั้งแต่ ได้เริ่มมีการรณรงค์เรื่อง #MeToo “ฉันก็เคยโดนเหมือนกัน” ก็ได้มีผู้คน ออกมาแชร์ เรื่องราวการโดน ข่มขืน และ คุกคามทางเพศ ของตัวเอง โดย 13% ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยในอเมริกาเคยโดนข่มขืนหรือคุกคามทางเพศมาแล้ว ทาง SONGKHAO จะขอหยิบเรื่องราวนี้ มาเล่าสู่ฟังกัน ว่าเรานั้น มีสิทธิ์ในการปฏิเสธ ได้ทั้งนั้น 

เพื่อรณรงค์สร้าง ความเข้าใจ และชี้ให้ได้เห็นว่า ‘การคุกคามทางเพศ’ หรือ ‘การ ข่มขืน’ ก็อาจมีความหมายกว้างกว่าแค่การ คุกคามทางเพศ ‘ ข่มขืน ขืนใจคนอื่นโดยใช้กำลัง’ อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ หนังสือพิมพ์ New York Times จึงได้รวบรวมเรื่องเล่าของหลากหลายคน จากหลายมุมโลก เพื่อบอกว่าความยินยอมนั้น ไปไกลกว่าการบอกว่า “โอเค” หรือ “ไม่โอเค” ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ เซ็กซ์ และความ ยินยอม การ คุกคามทางเพศ  ข่มขืน ในรั้วมหาวิทยาลัย’ วันนี้ได้เลือก เรื่องราวที่จะบอกเล่าได้ดีที่สุด ถึงความคลุมเครือที่เกิดขึ้น บ่อยครั้งในความ ยินยอม และ  SEX

BI-เซ็กซ์-Songkhao-01

 9 เรื่องของ เซ็กซ์ ​ที่ทำให้เห็นว่า ‘ความยินยอม’ ไม่ใช่แค่ ‘Yes’ หรือ ‘No’ คุกคามทางเพศ ข่มขืน

1.   ทำไมรู้สึกว่าแกยั่วเรายัง ??

เราเริ่มคุยเรื่องการเรียน แล้วเราก็หัวเราะด้วยกัน ให้กับวิธีที่เราออกเสียงต่างๆ พอช่วงประมาณตีห้า ฉันก็บอกว่า ฉันจะกลับบ้านแล้ว แล้วพยายาม จะให้อธิบายกับตัวเขาว่า ฉันไม่ควรที่จะกลับ “ดึกเกินไป” แต่ถ้าไม่เมา ก็คงจะคิดได้แล้วว่า มันคงเลยคำว่า “ดึกเกินไป” มันตั้งแต่ห้าชั่วโมงที่แล้ว ต่อจากนั้น ฉันก็ยิ้มแล้วเราก็เริ่มกอดกัน
.
พอฉันกำลังจะเดินออก เขาก็ถามขึ้นมาว่า “ทำไมถึงยั่วกันอย่างนี้ละ” ฉันก็ขอให้เขาอธิบายว่าทำไมเขาถึงเชื่อว่าฉันยั่วล่ะ
.
“คุณเล่นหูเล่นตา แล้วก็เล่นด้วย ดูก็รู้ว่าคุณ…อยากมีอะไรกัน ” เขาบอก “คุณก็แค่ไม่อยากยอมรับ”
.
การที่ฉันอยากรู้ อยากจะเห็น และขี้เล่น ไม่ใช่เหตุผลที่ คุณอาจจะคาดหวัง เซ็กซ์ จากฉันได้ ฉันอยากที่จะออกไปเที่ยว แล้วก็มีความสุขกับตัวเอง โดยที่ไม่ต้องคิดมาก ว่าฉันกำลัง “ให้ความหวังใครอยู่” หรือ คุกคามทางเพศ ข่มขืน

2.           ไม่มี ถุงยางนะ โอเคมั้ย? … โอเค

“ฉันไม่ค่อยเก่ง เรื่องจะพูดปฏิเสธคนอื่น” – ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ฉันเคยนอนด้วย พูดกับฉัน ฉันจำไม่ได้ว่าบทสนทนานั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
.
“ในสถานการณ์แบบไหนหรอ”
“ก็…กับผู้ชาย เวลาที่เขาอยากจะมี เซ็กซ์ด้วย เขาบอกว่า “ฉันไม่มีถุงยางนะ เธอโอเคมั้ย” ฉันรู้ว่ามันไม่ได้โอเค มันเหมือน คุกคามทางเพศ แต่ฉันก็ตอบว่าโอเคไปอยู่ดี” เธอหยุดพูดไปซักพัก แล้วก็ดูไม่ค่อย จะแน่ใจ
“ทำไมเธอตอบว่าโอเคล่ะ” ฉันถาม
“เพราะว่าตัวฉันนั้น ไม่อยากให้เขา รู้สึกโกรธฉัน หรือตะโกนมาใส่ฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้แน่ใจเลยว่า ฉันไม่อยากจะมี เซ็กซ์แบบนั้น แต่ตัวฉันไปถึงตรงนั้นแล้ว ฉันก็เลย ยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้น” คำพูดของเธอ ลอยค้างไปในบรรยากาศ โดยรอบๆ ตัวเรา
“คุณรู้ใช่มั้ย ว่าถ้าคุณไม่โอเค กับอะไรก็ตาม ฉันอยากให้คุณบอกฉัน มากกว่าที่จะให้คุณรู้สึกไม่ดีใช่มั้ย” ฉันบอกกับเธอ
“ใช่ กับเธอน่ะ ฉันรู้” เธอบอก “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันไม่นอนกับผู้ชายอีกแล้ว” หรือนั่นคือ พฤติกรรม คุกคามทางเพศ

3.         PLEASE NO !!

เขาขอจูบฉัน ฉันก็ส่ายหัว ฉันเกินลิมิตตัวเองแล้ว ในคืนนั้น ฉันแค่อยากจะนอน เขาก็ถามอีกครั้ง ฉันก็ตอบว่า “ไม่” เขาก็ถามอีกครั้ง
.
ฉันเหนื่อยกับคำถามของเขาแล้ว ฉันเลยตอบตกลงไป เราจูบกันแปปเดียว แล้วฉันก็ถอยออกมา พร้อมกับรู้สึก คุกคามทางเพศ คลื่นไส้และโยกเยก เขาถามว่า ขอแตะตัวได้ไหม ฉันดันนิ้วเขาออก แล้วกำนิ้วเขาให้เป็นกำปั้น ฉันพยายามจะหลับอีกครั้ง เขาก็ถามอีก ฉันก็ส่ายหัวอีก แต่เขาก็จับตัวฉันอยู่ดี ฉันรู้สึกสับสน อยู่ในที่ที่ฉันไม่อยากจะอยู่ ฉันจำได้ว่าหลับไปตอนประมาณตีสี่ หลังจากการต่อสู้อย่างไม่หยุดหย่อนของคำว่า “ขอร้อง” กับ “ไม่”

4.    มึงต้องเริ่มก่อน !!

ผมไม่ได้จูบใครเลยตอนเรียนม.ปลาย ผมตั้งใจว่าถ้าเรียนมหาวิทยาลัย แล้วมันจะต้องไม่เป็นแบบนั้น
.
ด้วยน้ำใจของเพื่อนผู้ชาย ที่เป็นห่วงผม และมีประสบการณ์มากกว่า ผมก็ได้คำแนะนำมามากมาย “อย่าหน้าตัวเมียน่า” “ผู้หญิงอยากได้คนที่หนักแน่น” “มึงต้องเริ่มก่อน”

5.         ผมโกหก ว่าเคยมี SEX มาก่อน เพื่อที่เธอจะได้ยอมมี SEX กับผม

ตอนเริ่มความสัมพันธ์แรกๆ เวลาผมหยิบเรื่อง SEX ขึ้นมาพูด เธอบอกผมว่าเธอไม่เคยมี SEX มาก่อน ตอนนั้นผมก็ยังไม่เคย แต่ผมโกหกแล้วบอกว่าผมเคยมีSEX แบบไม่สอดใส่กับแฟนสมัยเรียนมัธยม ผมโกหกเพื่อที่เธอจะได้คิดว่าผมมีประสบการณ์ ผมโกหกเพื่อที่เธอจะได้มีเซ็กซ์กับผม แล้วเธอก็มีSEX กับผมจริงๆ ความสัมพันธ์ทางเพศของเราก็เลยกลายเป็นเหมือนกับว่า คนหนึ่งมีประสบการณ์ในขณะที่อีกคนไม่มี.

6.         ฉันคิดว่า มันเป็น มารยาท ที่จะตอบว่าตกลง แม้ฉันจะไม่อยากมี SEX…

ครั้งแรกที่ฉันมี SEX สิ่งที่ฉันคิดว่าต้องทำก็คือตอบตกลง ไม่ใช่เพราะฉันโดนบังคับ แต่เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่สุภาพ สิ่งที่ผู้หญิงควรจะทำ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ จะตอบปฏิเสธ และตลอดหลายๆ ปี ฉันก็คิดว่าการเป็นแบบนั้นน่ะ จะทำให้ฉันสามารถควบคุม สถานการณ์ต่างๆ ได้ แต่จริงๆ แล้ว คุกคามทางเพศ มันทำให้ฉันสูญเสีย ความควบคุมไปต่างหาก
.
ฉันต้องฝึกพูด ไม่ใช่แค่ “ตกลง” หรือ “ไม่ตกลง” เท่านั้น แต่ฉันยังต้องเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่ใช่คืนนี้” และ “แบบนั้นมันเจ็บนะ” ฉันต้องหยุดพยายามจะรักษาความสุภาพกับเรื่องแบบนี้ การเดทกับใครสักคนมันไม่ใช่สัญญา แล้วฉันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงออกความรักของฉันผ่านSEX

7.   มันเกิดขึ้น เพราะเขาอยากให้มันเกิด …

 ฉันรู้สึกว่ามันไม่ถูก แต่ฉันก็ตอบตกลงไป เขาให้เหล้าฉันแก้วแล้วแก้วเล่า เขาดูไม่เมา มันไม่ได้รุนแรงมาก แต่มันก็ไม่ใช่ว่าไม่รุนแรงสักทีเดียว มันผิดแหละ มันเกิดขึ้นเพราะเขาอยากให้เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นเพราะฉันเมามาก เพราะฉันคิดว่ามันควรจะต้องสนุกสิ ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังให้ความยินยอมเรื่องอะไรไป ฉันตอบตกลงที่จะมี SEX แต่ฉันยังไม่เคยมีSEX ก่อนหน้านั้นเลย

  • เมื่อคืน… เรามีอะไรกัน รึเปล่า … ใช่
    คืนหนึ่งในเดือนกันยายน ฉันตื่นมาบนโซฟาในห้องที่ฉันไม่รู้ว่าห้องอะไร ฉันสับสนแล้วก็อ้วกใส่แก้วไวน์ เขาเดินเข้ามาในห้อง ใส่เสื้อคลุม แล้วก็นั่งข้างๆ ฉัน ฉันถามว่าเขาว่า “เราได้มีอะไรกันหรือเปล่า” “ใช่” เขาตอบ ฉันถามว่า “ใช้ถุงยางหรือเปล่า” เขาสัญญาว่าใช้ ฉันสงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือการข่มขืนหรือเปล่า แต่ฉันก็ได้แต่บอกตัวเองว่า “เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นกับฉัน” ฉันก็เลยมีอะไรกับเขาอีกครั้งหนึ่งในคืนนั้น แต่ครั้งนี้ฉันรู้ตัว
    .
    วันต่อมาฉันเลยเสิร์ชหาคำว่า “SEX แบบไม่รู้สึกตัว” กับ “ฉันโดนข่มขืนมั้ย” ด้วยนิ้วที่สั่นไปหมด คืนนั้นเขาก็ส่งข้อความมาชวนฉันไปกินข้าว
    .
    พอเจอกัน ฉันก็ขอให้เขารื้อฟื้นความทรงจำ เขาทำหน้าราวกับว่าจะร้องไห้ หรือจะอ้วกออกมา ตอนที่ฉันเล่าว่าฉันจำเรื่องคืนนั้นได้แค่นิดเดียวเท่านั้น แล้วเราก็ไม่คุยเรื่องนั้นอีก
    .
    วันนั้นเราบังเอิญเจอกัน เขาสารภาพกับฉันแบบเมาๆ ว่าเขาชอบฉัน แล้วเขาก็ขอออกเดทด้วย เราไปเดทกันอีกหลายที จริงจังถึงขนาดว่าเขาแง้มๆ เรื่องที่จะพาฉันไปเจอพ่อแม่เขา
    .
    ถ้าเขาชอบฉันมันไม่มีทางเป็นการข่มขืนไปได้หรอกใช่มั้ย?
    .
    แต่อยู่ดีๆ เขาก็หยุดตอบข้อความฉันแล้วเราก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย เหมือนกับว่าไม่ได้อะไรเกิดขึ้น

9.    เขารุกชั้นหนักมาก จนฉันรู้สึก ตัวเล็กนิดเดียว

เดทครั้งแรก เขาได้ชวนฉันกลับไปที่ห้องของเขา ฉันบอกเขาไปว่า กฎข้อเดียวของฉันคือฉันจะไม่มีเซ็กซ์ในการไปเดทกันครั้งแรก ฉันต้องย้ำเตือนเขาว่า ฉันไม่ได้อยากมี เซ็กซ์ แต่ร่างกายเขาก็เข้ามา เหมือนจะมี SEX กันอยู่เรื่อย “เธอต้องลองอะไรใหม่ๆ บ้างนะ” เขาบอก แล้วก็รุกฉัน หนักเอามาก ฉันรู้สึกว่าฉันทำอะไรไม่ได้เลย  รู้สึกตัวเล็กนิดเดียว แล้วก็รู้สึกเหมือนฉัน ไม่เคยมีประสบการณ์ นั้นมาก่อน ถึงแม้ว่ามันจะไม่จริง สุดท้ายเราก็ได้มีอะไรกัน ในแบบที่เขาอยาก ฉันจะพยายามทำตัวเองให้รู้สึก อยากจะมี เซ็กซ์ แบบนั้นๆ พอทุกอย่างจบลง ฉันจะนอนค้างที่ห้องเขาเพราะมันดึกมาก ๆ แล้ว ฉันนอนไม่หลับ แล้วก็รีบกลับแต่เช้าตรู่ ในตอนที่เขายังหลับอยู่นั้นแหละ
.
ทำไมฉันต้องเป็นคน ที่คอยบอกย้ำตลอดทุกๆ ขั้นตอนว่า ‘ไม่อยากมี … นะ’ ‘ไม่อยากลองแบบนั้นนะ’ ฉันต้องขอร้องให้เขาฟังฉันตลอด มันเหนื่อยมาก ที่จะต้องมาบอกให้เขาหยุด เหนื่อยที่จะต้องขอร้องให้เขาฟังฉัน ทำไมฉันถึง เป็นคนเดียวที่ต้องคอยทำให้ sex เป็นเซ็กซ์แบบที่ มีความยิมยอม ทำไมเขาไม่สนใจเรื่องความยินยอมบ้างกันนะ

BI-เซ็กซ์-Songkhao-02

Consent is Mandatory: ความยินยอม = เรื่องจำเป็น – หลังจากคนในสังคมเริ่มตระหนักรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของการข่มขืน (Rape Culture) การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องความยินยอม (Consent) จึงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยความยินยอมก็ถูกนิยามว่าเป็นการตกลงกันระหว่างแต่ละฝ่ายในการร่วมมีความสัมพันธ์ทางเพศ ซึ่งจะต้องอาศัยการสอบถามพูดคุยอย่างชัดเจนและเปิดเผย ก่อนที่จะทำอะไรแต่ละอย่าง ก็ควรจะถามคู่นอนและต้องได้คำตอบว่า ‘ตกลง’ ในทุกขั้นตอน ถึงจะเรียกว่าเป็น SEX ที่มีความยินยอม ซึ่งแค่ยินยอมกับการจูบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยินยอมให้ถอดเสื้อได้ และถึงแม้ตกลงยินยอมไปตอนแรก ตอนหลังเปลี่ยนใจ ก็ไม่ถือว่ามีความยินยอมแล้ว

.

Consent is More Than ‘Yes’ or ‘No’: ความยินยอมซับซ้อนกว่าที่คิด – แต่ความยินยอมที่หลายครั้งก็ไม่ได้ชัดเจน และมีอะไรที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น เพราะบางทีตอบตกลงไป หรือแค่ไม่ได้ปฏิเสธ ก็อาจจะไม่ใช่ความยินยอมที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น บางคนนั้นไม่อยู่ในจุดที่จะให้ความยินยอมได้ หรือไม่มีความเข้าใจมากพอว่าสามารถที่จะปฏิเสธได้ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่สะดวกใจ ตัวอย่างเช่น คนที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนที่เมา ถูกมอมยา หรือหลับอยู่ ก็ไม่ถือว่าสามารถให้ความยินยอมได้ หรือหากตกลงมี อะไร ด้วยเพราะถูกกดดัน ถูกขู่  ข่มขืน ถูกทำให้กลัว ก็เรียกว่าเป็นความยินยอมไม่ได้อีกเช่นกัน แม้แต่ เซ็กซ์ ระหว่างคนที่มีอำนาจมากกว่ากับคนที่มีอำนาจน้อยกว่า อย่างเช่นครูกับนักเรียน ความยินยอมที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ใช่ความยินยอมที่แท้จริง

.

เพราะความยินยอมคือเรื่องที่ยังต้องให้ความรู้กันต่อไป จนกว่าจะเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง 9 เรื่องราวจากบทความเรื่อง เซ็กซ์ และความยินยอมของ New York Times นี้ เลยนำเสนอตัวอย่างของสถานการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับความยินยอม ทั้งแบบที่ความ ยินยอมได้รับความเคารพ ข่มขืน แบบที่เหมือนจะเป็นความยินยอมแต่ไม่ใช่ ข่มขืน คุกคามทางเพศ หรือบางทีความยินยอมก็ถูกละเมิดอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะด้วยกัน:

.

#Anticipation: บทสนทนาก่อนจะมี (หรือไม่มี) อะไรกัน – ในส่วนนี้ นักเรียนใน มหาวิทยาลัยมาร่วมกัน อธิบายความรู้สึกของตัวเองในระหว่างการพูดคุยก่อนที่จะมี อะไร กัน ซึ่งก็เป็นการตกลงกันว่า เราจะมี SEX หรือไม่ ถ้ามีจะเป็นแบบไหน และยังเต็มไปด้วยตัวอย่าง ของความยินยอมแบบที่ ไม่สามารถพูด ออกมาได้ เต็มปากว่า ‘ยินยอม’ เช่น ‘ไม่ยินยอมเลยโดนหาว่ายั่วทำไม’ ‘ยินยอม จากการไม่กล้าปฏิเสธ’ ‘ไม่ ยินยอม ก็ไม่เป็นไร ตื้อไปก่อน’ ‘ยินยอมเพราะว่า โดนหลอกลวง’ และ ‘ยินยอม เพราะมารยาทแบบผู้หญิง’

.

#Negotiation: การเจรจาเกี่ยวกับความ ยินยอม – ผู้หญิงหลายๆ คนได้มาแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีเซ็กซ์เพราะรู้สึกว่ามัน “จำเป็น” ที่จะต้องมีกับคู่รัก ของตัวเอง หรือความกดดันต่าง ๆ ในฐานะผู้หญิง ที่ทำให้รู้สึกว่า ปฏิเสธผู้ชายไม่ได้ เมื่อเขาขอมี อะไรด้วย ตลอดจนแอลกอฮอล์ที่เป็นเหตุ คอยขัดขวางความ ยินยอม ไม่ให้เกิดขึ้นได้ เหตุการณ์ความ (ไม่)ยินยอม ในส่วนนี้ รวมไปจนถึง ข่มขืน ‘ยินยอมเพราะเมา’ ‘ยินยอมทั้งที่ไม่อยาก แต่โดนตื๊อ’ ‘ไม่ได้ ยินยอม เพราะเมาจนสลบ’ ‘ยินยอมเพราะโดนรุก’ หรือ  ‘ ยินยอม เพราะรักษาน้ำใจของเพื่อน ’

Leave a Reply

Your email address will not be published.